ศิลปะโรมัน (พ.ศ.340 - พ.ศ.870)
แบบอย่างศิลปะโรมันปรากฎลักษณะชัดเจนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 4
เรื่อยมาจนกระทั่งประมาณ พ.ศ.1040
โดยในช่วงเวลาหลังได้เปลี่ยนสาระเรื่องราวใหม่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา
คริสต์ สืบต่อมาเป็นเวลาอีกนานมาก
จนกระทั่งเมื่อกรุงคอนสะแตนติโนเปิลได้กลายเป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิ
โรมัน ในปี พ.ศ.870 ทำให้สมัยแห่งโรมันต้องสิ้นสุดลง
แหล่งอารยธรรมสำคัญของโรมัน คือ อารยธรรมกรีกและอีทรัสกัน
จิตรกรรม
จิตรกรรมของโรมัน อาศัยจากการค้นคว้าข้อมูลจากเมืองปอมเปอี สตาบิเอ
และเฮอร์คิวเลนุม ซึ่งถูกถล่มทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อ
พ.ศ. 622 และถูกขุดค้นพบในสมัยปัจจุบัน
จิตรกรรมฝาผนังประกอบด้วยแผงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ซึ่งมักเลียนแบบหินอ่อน เป็นภาพทิวทัศน์ ภาพคน
และภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมมีการใช้แสงเงา และกายวิภาคของมนุษย์ชัดเจน
เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกับกาวน้ำปูนและสีขี้ผึ้งร้อน นอกจากการวาดภาพ
ยังมีภาพประดับด้วยเศษหินสี (Mosaic) ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวาง
ทั้งบนพื้นและผนังอาคาร

ประติมากรรม
ประติมากรรมของโรมัน รับอิทธิพลมากจากชาวอีทรัสกันและกรีกยุคเฮเลนิสติก
แสดงถึงลักษณะที่ถูกต้องทางกายภาพ เป็นแบบอุดมคติที่เรียบง่าย
แต่ดูเข้มแข็งมาก ประติมากรรมอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือ
ประติมากรรมรูปนูนเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มีรายละเอียดของเรื่องราว
เหตุการณ์ถูกต้อง ชัดเจน
ประติมากรรมโรมันในยุคหลัง ๆ เริ่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา
มากเป็นพิเศษ วัสดุที่ใช้สร้างประติมากรรมของโรมันมักสร้างขึ้นจาก ขี้ผึ้ง
ดินเผา หิน และสำริด

สถาปัตยกรรม
สถาปัตยกรรมโรมัน ได้แก่อาคารต่าง ๆ ส่วนมากเป็นรูปทรงพื้นฐาน
วัสดุที่ใช้สร้างอาคารได้แก่ ไม้ อิฐ ดินเผา หิน ปูน
และคอนกรีต ซึ่งชาวโรมันเป็นชาติแรกที่ใช้คอนกรีตอย่างกว้างขวาง และพัฒนา
รูปแบบออกจากระบบเสาและคาน ไปสู่ระบบโครงสร้างวงโค้ง หลังคาทรงโค้ง
หลังคาทรงกลม และหลังคาทรงโค้งกากบาท
มีการนำสถาปัตยกรรมที่สำคัญของกรีกทั้ง 3 แบบ
มาเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้วิจิตรบรรจงขึ้นชาวกรีกใช้เสาเป็นส่วนหนึ่งของ
โครงสร้าง
แต่ชาวโรมันมักจะเพิ่มการตกแต่งลงไป โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ทางโครงสร้าง
เท่าไรนัก ลำเสาของกรีกจะเป็นท่อน ๆ
นำมาวางซ้อนต่อกันขึ้นไป แต่เสาของโรมันจะเป็นเสาหินท่อนเดียวตลอด รูปแบบ
อนุสาวรีย์ที่พบมากของโรมัน คือ ประตูชัย เป็นสิ่งก่อ
สร้างตั้งอิสระประดับตกแต่งด้วยคำจารึก
และรูปนูนบรรยายเหตุการณ์ที่เป็นอนุสรณ์
สถาปัตยกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของโรมัน คือ สะพานส่งน้ำ
ซึ่งใช้เป็นทางส่งน้ำจากภูเขามาสู่เมืองต่าง
ๆ ของชาวโรมันเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของโรมัน
อย่างเห็นได้ชัด
สถาปัตยกรรม
โรมัน ในช่วง พ.ศ. 600 -
873 ได้สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งและอำนาจของจักรวรรดิโรมัน
อาคารสถาปัตยกรรมมีขนาดกว้างใหญ่ และมีการตกแต่งอย่างฟุ่มเฟือย
มีการควบคุมทำเลที่ตั้ง การจัดภูมิทัศน์อย่างพิถีพิถัน
มีการสร้างลานชุมนุมชาวเมือง โรงมหรสพหรือสนามกีฬา โรงอาบน้ำสาธารณะ
และอาคารที่พักอาศัยต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ภายในอาคารมักประดับด้วยหินอ่อน
หินสี และประติมากรรมแกะสลักตกแต่งอย่างสวยงาม
โฟรัม (Forum)
เป็นย่านชุมนุมชน สถานที่ราชการ ตลาด
โฟรัมจะมีลักษณะเป็นลานกว้างแต่บางแห่งอาจจะมีหลังคา
บริเวณรอบๆจะรายล้อมด้วย อาคาร สถานที่ราชการ วิหาร หอสมุด
ที่มีชื่อเสียงในสมัยจักรวรรดินี้คือ โฟรัมของทราจัน (Forum of Trajan)

วิหาร (Temple) ที่สำคัญในยุคจักรวรรดิต้นคือ วิหารแพนเธออน(Pantheon) สร้างขึ้นราว 27-25 BC. โดยจักรพรรดิมาร์คุส วิบซานิอุส อะกริบปา

บาซิลิกา (Basilica)
เป็นชื่อเรียกอาคารขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นศาลยุติธรรมและอาคารพาณิชย์ของรัฐ
ที่มีชื่อเสียงมากคือ บาซิลิกา อุลปิอา (Basilica Ulpia) และบาซิลิกาโนวา
(Basilica Nova)

สะพานและท่อส่งน้ำ (Bridges and Aqueduct) การ
ทำท่อน้ำมีทั่วไปในอาณาจักรโรมันเพื่อบริการน้ำสะอาดแก่ประชาชน
บางแห่งต้องลำเลียงน้ำผ่านหุบเขาและที่ลุ่ม
ท่อน้ำที่มีสะพานรองรับยกระดับน้ำผ่านหุบเขาและที่ลุ่มที่มีชื่อเสียงมาก
คือ Pont Du Gard ที่เมืองนิมส์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
มีช่วงที่ข้ามช่องเขาหลายตอนด้วยกัน การก่อสร้างแบบประตูโค้ง

โรงละครและสนามกีฬา (Theatres and Amphitheatres)
เป็นสถานที่พักผ่อนชมกีฬา ชาวโรมันมีด้วยกันหลายแห่งแห่งที่มีชื่อคือ
Colosseum เป็นโรงมหรสพรูปวงกลมที่มีอัฒจันทร์ล้อมรอบ
สำหรับเกมกีฬาต่อสู้และความบันเทิงของสาธารณชน

ประตูชัย (Triumphal Arch)
สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะจากสงคราม สร้างโดยจักรพรรดิ์
นิยมสร้างคร่อมถนนโดยทำเป็นแท่งสี่เหลี่ยม ตรงกลางทำเป็นทางลอดและประตูโค้ง
บริเวณส่วนหน้าและหลังประดับด้วยประติมากรรมและข้อความจารึกเหตุการณ์หรือ
วีรกรรมของผู้สร้างที่ได้ชัยชนะจากสงคราม

โรงอาบน้ำสาธารณะหรือเธอร์เม(Thermae or Bath)
Thermae มาจาก Thermos แปลว่า ร้อน ในภาษากรีก
ใช้สำหรับเรียกชื่ออาคารสถานที่ที่ใช้สำหรับอาบน้ำกับที่ออกกำลังกายในร่ม
ของชาวโรมัน เธอร์เม ที่สำคัญเป็นของจักรพรรดิคาราคารา (Bath of
Caracalla) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 211 มีความกว้าง 120 หรา ยาว 240
หราจุคนได้ 1600 คน

สนามกีฬาหรือเซอร์คัส (Circus) ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของโรมันอีกแห่ง ส่วนใหญ่ใช้แข่งม้า ที่มีชื่อเสียงมากคือสนามกีฬา แมกซิมุส The Circus Maximus
Cr: http://www.ipesk.ac.th/ipesk/home/VISUAL%20ART/lesson428.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น