Rome: วิหารแพนธีออน (Pantheon) กับโอคูลุส ดวงตาแห่งสวรรค์
มหาวิหารแพนธีออน
ที่มาอายุกว่า 2,000 ปี (แข็งแรงมาก)
แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ของสถาปนิกสมัยโบราณกับเอกลักษณ์
ไม่เหมือนใคร คือ เป็นวิหารทรงกระบอก กว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุตเท่ากัน ไม่มีเสาค้ำกลางคอยรับน้ำหนักทั้งที่มีขนาดใหญ่โต ทางเข้าด้านหน้าทำเป็นมุขที่มีหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่วและมีเสาตั้งเรียงกันอยู่เหมือนวิหารกรีก และมีหลังเป็นคาโดมโค้งมนมีช่องวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางให้แสงผ่านเข้ามา เรียกช่องนี้ว่า “โอคูลุส” (Oculus)
โอคูลุส แปลว่า ตา
ซึ่งหมายถึงสัญลักษณ์ของตาจากสวรรค์ ช่องแสงขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง
30 ฟุตนี้มีความเชื่อกันว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า
แต่เมื่อเร็วๆ นี้
นักประวัติศาสตร์เสนอคำอธิบายที่น่าสนใจเกี่ยวกับรูรับแสงนี้ว่ามันถูกสร้าง
ขึ้นเพื่อใช้เป็นนาฬิกาแดดและช่วยส่องแสงสว่างให้กษัตริย์ในอดีตในขณะที่
เสด็จมาประกอบพิธีสำคัญๆ ภายในวิหาร
โดยร่างของกษัตริย์จะถูกอาบด้วยลำแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาผ่านช่อง
แสงนี้

ในขณะที่โอคูลุสเป็นช่องทางเพียงช่อง
เดียวที่แสงสว่างจะสาดส่องเข้ามา
มันยังเป็นช่องที่ทำให้น้ำฝนไหลเข้ามาในวิหารด้วย จึงมีการทำมีรูเล็กๆ
ที่พื้นวิหารเพื่อใช้เป็นที่ระบายน้ำฝนผ่านท่อไปออกแม่น้ำไทเบอร์
ท่อระบายน้ำนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ตอนสร้างวิหารแล้วค่ะ
เห็นแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้สถาปัตนิกสมัยนั้นเค้ารอบคอบจริงๆ
ไม่เหมือนคนเราสมัยนี้ที่ชอบสร้างแล้วซ่อม ไม่ทำให้ดีตั้งแต่แรก
ช่องแสงโอคูลุสนี้เป็นปริศนาสำหรับหลายๆ
คนว่าสร้างไว้เพื่ออะไร นักประวัติศาสตร์กลุ่มหนึ่งค้นพบว่าช่องรับแสงนี้จะ
รับแสงอาทิตย์ให้สาดส่องเข้ามาภายในวิหารในวัน “อิควินอกซ์” (Equinox)
หรือวันวิษุวัต
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก
พอดี หรือเป็นช่วงที่เวลาในตอนกลางวันและกลางคืนเท่ากัน ซึ่งจะเกิดขึ้นปีละ
2 ครั้ง คือราววันที่ 21 มีนาคม และ 22 กันยายน รวมถึงวันที่ 21
เมษายนซึ่งเป็นวันที่เชื่อกันว่าเป็นวันที่มีการค้นพบกรุงโรมด้วย

เรื่องของดวงอาทิตย์และเวลามีความเกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างของสถาปัตยกรรมยุคโรมันอย่างลึกซึ้ง เพราะทั้ง 2 ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์
ทางจักรวาลวิทยา
การให้แสงอาทิตย์อาบไปบนร่างของกษัตริย์ที่เสด็จมาถึงวิหารอาจจะทำให้เกิด
ปฏิกิริยาบางอย่างและยังเป็นการเชิดชูหรือยกย่องสถานภาพของกษัตริย์ให้เทียบ
เท่ากับพระเจ้าอีกด้วย และถ้าเป็นช่วงเที่ยงของวันที่ 21 เมษายน แสงแดดจะส่องไปถึงทางเข้าวิหารเลยทีเดียว
งานวิจัยเชื่อว่าวิหารแห่งนี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับระบบสุริยะ
ทำให้มีหน้าที่หลักอย่างหนึ่งคือเชื่อมโยงดวงอาทิตย์เข้ากับพลังอำนาจของ
โรมันและส่งเสริมให้กษัตริย์มีอำนาจในการปกครองประเทศ
นอกจากนี้วิหารแพนธีออนยังใช้เป็นสถานที่ฝังศพกษัตริย์
บุคคลในราชวงศ์และบุคคลสำคัญ เช่น พระศพของกษัตริย์ 2
พระองค์สุดท้ายของอิตาลีคือ พระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2
และพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 และยังมีศพของ ราฟาเอล
จิตรกรชาวอิตาลีที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ในยุคฟื้นฟู ศิลปวิทยาด้วย
Cr: http://eurofollowme.com/rome-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99-pantheon-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82/




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น